Feline Herpes Virus/Calici Virus Antigen Combo Rapid Test
Feline Herpes Virus/Calici Virus Antigen Combo Rapid Test
(FHV/FCV Ag)
ชุดทดสอบแบบเร่งด่วนสำหรับตรวจหาแอนติเจนของเชื้อเฮอร์ปีส์ไวรัส และ คาลิซีไวรัสในแมว
- High accuracy & sensitivity
- Simple operation, easy to use, stable
- Rapid: Get results in 5-10 minutes
วัตถุประสงค์การใช้
ผลิตภัณฑ์นี้ใช้สำหรับการตรวจหาแอนติเจนของเชื้อเฮอร์ปีส์ไวรัส (Feline Herpesvirus) และ คาลิซีไวรัสในแมว (Feline Calicivirus) โดยใช้หลักการของ Lateral Flow Immunoassay (Immunochromatographic assay) เป็นการตรวจจับในเชิงคุณภาพที่จำเพาะต่อแอนติเจนของเฮอร์ปีส์ไวรัสแมว (Feline Herpesvirus) และ คาลิซีไวรัสแมว โดยใช้ตัวอย่างจากสารคัดหลั่งจากตา จมูก หรือน้ำลาย ชุดทดสอบแบบเร่งด่วนนี้มีประโยชน์สำหรับการระบุการติดเชื้อเฮอร์ปีส์ไวรัส (Feline Herpesvirus) หรือ คาลิซีไวรัส (Feline Calicivirus) อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือระบุการติดเชื้อทั้ง 2 ชนิดในเวลาเดียวกัน
อุปกรณ์ในชุดตรวจประกอบด้วย
- อุปกรณ์ทดสอบ หรือ แถบตรวจ (Test devices):ใน 1 อุปกรณ์ทดสอบ มี 2 แถบตรวจแยกกันชัดเจน คือ
- ช่องสีแดงเลือดหมูที่มีอักษร FHV Ag เป็นแถบตรวจสำหรับเชื้อเฮอปีส์ไวรัส
- ช่องสีฟ้าที่มีอักษร FCV Ag เป็นแถบตรวจสำหรับเชื้อคาลิซีไวรัส
- ไม้เก็บตัวอย่าง (ทำจากพลาสติก) ปลายด้านหนึ่งหุ้มด้วยสำลีปลอดเชื้อ (Swabs)
- หลอดบัฟเฟอร์ (Buffer tubes) ภายในบรรจุสารเคมีสกัดที่ใช้เป็นสารละลายบัฟเฟอร์สำหรับละลายตัวอย่าง
- คู่มือการใช้งาน (Package insert)
- ที่ตั้งหลอดบัฟเฟอร์ (Workstation)
อุปกรณ์ที่ต้องใช้แต่ผู้ให้บริการไม่ได้จัดมาให้: นาฬิกาจับเวลา
การจัดเก็บและความเสถียรภาพของชุดตรวจ
อุปกรณ์ทดสอบหรือแถบตรวจต้องบรรจุอยู่ในซองอลูมิเนียมฟอยล์ที่ปิดผนึก และเก็บให้ห่างจากแสง เก็บในที่อุณหภูมิห้อง (4-30 °C) ห้ามแช่แข็ง ควรใช้อุปกรณ์ชุดทดสอบนี้ก่อนวันหมดอายุที่ระบุไว้บนฉลากบรรจุภัณฑ์
คำเตือน ข้อควรระวัง และข้อมูลความปลอดภัย
- อุปกรณ์ชุดทดสอบนี้ใช้สำหรับแมวเท่านั้น
- ผลลัพธ์ของการตรวจอาจได้รับอิทธิพลจากความชื้นและอุณหภูมิ ดังนั้นควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดในการจัดเก็บ หรือ ระหว่างการใช้งาน
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าซองอลูมิเนียมฟอยล์ที่บรรจุอุปกรณ์ทดสอบหรือแถบตรวจไม่เสียหายก่อนเปิด และให้ดำเนินการทดสอบทันทีเมื่อเปิดซองฟอยล์แล้ว
- ห้ามนำส่วนประกอบของชุดทดสอบกลับมาใช้ซ้ำอีก
- ห้ามใช้หลังจากวันหมดอายุ
- ห้ามผสมส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ในหมายเลขล็อต หรือชุดผลิตที่แตกต่างกัน
- เนื่องจากตัวอย่างทั้งหมดอาจติดเชื้อได้ ดังนั้นผู้ปฏิบัติงานควรสวมถุงมือป้องกันขณะทำการทดสอบและจัดการกับตัวอย่าง และล้างมือให้สะอาดหลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบแล้ว
- ฆ่าเชื้อและกำจัดตัวอย่าง ชุดทดสอบที่ใช้แล้ว และวัสดุที่อาจปนเปื้อนอย่างปลอดภัยตามกฎข้อบังคับของประเทศและท้องถิ่นนั้นๆ
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบจำนวนอุปกรณ์ของชุดทดสอบก่อนการใช้งาน
ตรวจเช็คจำนวนอุปกรณ์ของชุดทดสอบมีครบถ้วน และก่อนทำการทดสอบต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีอุปกรณ์ใดเสียหาย หรือชำรุด การทดสอบต้องอยู่ภายใต้อุณหภูมิห้อง (15–30 °C)
ขั้นตอนที่ 2 ขั้นตอนการทดสอบ
เปิดผนึกหลอดบัฟเฟอร์ที่มีสารเคมีสกัดบรรจุอยู่ข้างใน ระวังอย่าให้สารเคมีกระเซ็น หรือหก, จากนั้นวางหลอดบัฟเฟอร์ลงบนแท่นที่ตั้งของหลอดบัฟเฟอร์ (Workstation) ดังภาพ
นำไม้เก็บตัวอย่างออกจากบรรบรจุภัณฑ์ โดยนำด้านที่มีลักษณะปลายสำลีเข้าหาตัวอย่าง และระวังอย่าให้ปลายด้านสำลีนี้สัมผัสกับสิ่งต่างๆก่อนสัมผัสตัวอย่าง, ใช้ปลายด้านที่มีสำลีปลอดเชื้อเช็ดเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากตา หรือ จมูก หรือ ในช่องปากของแมว
ใส่ปลายด้านที่มีสำลีพร้อมกับสารคัดหลั่งลงในสารละลายบัฟเฟอร์ หมุนสำลีมากกว่า 10 ครั้ง เพื่อให้สารคัดหลั่งออกจากสำลีและละลายในสารละลายให้ได้มากที่สุด, ปิดฝาหลอดหยดของเหลวให้แน่น
นำอุปกรณ์ทดสอบ (แถบทดสอบ) ออกจากถุงฟอยล์อลูมิเนียมแล้ววางลงบนโต๊ะที่สะอาดและเรียบ หยดตัวอย่างจากหลอดหยดของเหลว (สารเคมีสกัดที่ผสมกับสารคัดหลั่งแล้ว) ในปริมาณ 3 หยด (ประมาณ 90 ไมโครลิตร) ลงในช่องรับตัวอย่าง (S) ของอุปกรณ์ทดสอบตามลำดับ
อ่านผลภายใน 5-10 นาที หลังจากหยดสารละลายลงในช่องรับตัวอย่าง (S) ของแถบทดสอบ
ผลลัพธ์จะไม่ถูกต้องหลังจากผ่านไป 15 นาที
ขั้นตอนที่ 3 การแปลผลการทดสอบ
ผลบวก (+) คือ ขึ้นขีดสีแดงที่ตัวอักษร C และ T หรือ มีขีดสีแดงขึ้นที่เส้นตัวอักษร C และ T โดยไม่คำนึงว่าเส้น T จะเข้มหรือจาง ก็ถือว่าให้ผลบวกเช่นกัน หมายถึงว่า ตรวจพบแอนติเจนของเชื้อ FHV / FCV
ผลลบ (-) คือ ปรากฏขีดสีแดงเฉพาะเส้นที่ตัวอักษร C ชัดเจน นั่นหมายถึงว่า ไม่พบแอนติเจนของเชื้อ FHV / FCV
ไม่สามารถแปลผลได้ คือ ไม่มีเส้นสีปรากฏในบริเวณ C ไม่ว่าเส้น T จะมีลักษณะอย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ควรทำการทดสอบใหม่อีกครั้งด้วยชุดทดสอบอันใหม่
ข้อจำกัด
ชุดทดสอบนี้เป็นเพียงเครื่องมือในการวินิจฉัยโรคเบื้องต้นเท่านั้น และแม้ว่าชุดทดสอบแบบเร่งด่วนในการตรวจหาแอนติเจนของเชื้อเฮอร์ปีส์ไวรัสและคาลิซีไวรัสในแมวจะมีความแม่นยำสูงมาก แต่ผลการทดสอบที่ผิดพลาดก็อาจจะเกิดขึ้นได้บ้างในบางกรณี ดังนั้นหากได้ผลลัพธ์ที่น่าสงสัย ต้องทำการทดสอบทางคลินิก หรือ ทดสอบทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ ร่วมด้วยเพื่อประกอบการวินิจฉัยโรค
การวินิจฉัยโรคทางคลินิกที่แม่นยำชัดเจนไม่ควรขึ้นอยู่กับผลการทดสอบเพียงอย่างเดียว แต่ควรได้รับการวินิจฉัยด้วยกระบวนการทางสัตวแพทย์หลังจากประเมินผลการทดสอบทางคลินิกและผลการทดสอบทางห้อง ปฏิบัติการทั้งหมดรวมกันแล้ว