401916091088007

Canine Heartworm Ag/Ehrlichia/Babesia Gibsoni/Anaplasma Ab Combo Rapid Test

Canine Heartworm Antigen/Ehrlichia/Babesia Gibsoni/Anaplasma Antibody Combo Rapid Test

(CHW Ag / EHR / BG / ANA Ab)

CHW Ag, EHR Ab, BG Ab, ANA Ab

ชุดทดสอบแบบเร่งด่วนสำหรับตรวจหาแอนติเจนของพยาธิหนอนหัวใจ / ตรวจหาแอนติบอดีต่อพยาธิเม็ดเลือด Ehrlichia, Babesia Gibsoni, และ Anaplasma (CHW Ag /HER/BG/ANA Ab) 

  • High accuracy & sensitivity
  • Simple operation, easy to use, stable
  • Rapid: Get results in 5-10 minutes

 

วัตถุประสงค์การใช้

ผลิตภัณฑ์นี้ใช้สำหรับการตรวจหาแอนติเจนของพยาธิหนอนหัวใจในสุนัข (Canine Heartworm) และ ตรวจหาแอนติบอดีของพยาธิเม็ดเลือดชนิด Ehrlichia, Babesia Gibsoni, และ Anaplasma ในสุนัข โดยใช้หลักการของ Lateral Flow Immunoassay (หรือ Immunochromatographic assay) เป็นการตรวจจับเชิงคุณภาพพร้อมกัน ซึ่งออกแบบมาเพื่อตรวจจับแอนติบอดีที่จำเพาะต่อพยาธิเม็ดเลือดในสุนัขจากเชื้อ  Ehrlichia (EHR), Babesia Gibsoni (BG), และ Anaplasma (ANA) และตรวจจับแอนติเจนที่จำเพาะต่อพยาธิหนอนหัวใจในสุนัข โดยใช้ตัวอย่างจากเลือด หรือ ซีรั่ม หรือ พลาสมา ของสุนัข

อุปกรณ์ในชุดตรวจประกอบด้วย

  1. อุปกรณ์ทดสอบ หรือ แถบตรวจ (Test devices): ใน 1 อุปกรณ์ทดสอบ มี 4 แถบตรวจแยกกันชัดเจน ดังนี้ 
    • ช่องสีแดงเข้มที่มีอักษร CHW Ag เป็นแถบตรวจสำหรับตรวจหนอนพยาธิหัวใจ (Canine Heartworm)
    • ช่องสีฟ้าที่มีอักษร EHR Ab เป็นแถบตรวจหาแอนติบอดีต่อพยาธิเม็ดเลือดของ Ehrlichia
    • ช่องสีชมพูที่มีอักษร BG Ab เป็นแถบตรวจหาแอนติบอดีต่อพยาธิเม็ดเลือดของ Babesia Gibsoni
    • ช่องสีเขียวที่มีอักษร ANA Ab เป็นแถบตรวจหาแอนติบอดีต่อพยาธิเม็ดเลือดของ Anaplasma
  2. หลอดดูดสารละลาย (Quantitative dropper)
  3. หลอดบัฟเฟอร์ (Buffer tubes) ภายในบรรจุสารเคมีสกัดที่ใช้เป็นสารละลายบัฟเฟอร์สำหรับละลายตัวอย่าง
  4. คำแนะนำวิธีการใช้งาน (Package insert)
  5. ที่ตั้งหลอดบัฟเฟอร์ (Workstation)

อุปกรณ์ที่ต้องใช้แต่ผู้ให้บริการไม่ได้จัดมาให้

นาฬิกาจับเวลา

การจัดเก็บและความเสถียรภาพของชุดตรวจ

อุปกรณ์ทดสอบหรือแถบตรวจต้องบรรจุอยู่ในซองอลูมิเนียมฟอยล์ที่ปิดผนึก และเก็บให้ห่างจากแสง เก็บในที่อุณหภูมิห้อง (4-30 °C) ห้ามแช่แข็ง ควรใช้อุปกรณ์ชุดทดสอบนี้ก่อนวันหมดอายุที่ระบุไว้บนฉลากบรรจุภัณฑ์

คำเตือน ข้อควรระวัง และข้อมูลความปลอดภัย

  1. อุปกรณ์ชุดทดสอบนี้ใช้สำหรับสุนัขเท่านั้น
  2. ผลลัพธ์ของการตรวจอาจได้รับอิทธิพลจากความชื้นและอุณหภูมิ ดังนั้นควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดในการจัดเก็บ หรือระหว่างการใช้งาน
  3. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าซองอลูมิเนียมฟอยล์ที่บรรจุอุปกรณ์ทดสอบหรือแถบตรวจไม่เสียหายก่อนเปิด และให้ดำเนินการทดสอบทันทีเมื่อเปิดซองฟอยล์แล้ว
  4. ห้ามนำส่วนประกอบของชุดทดสอบนี้กลับมาใช้ซ้ำอีก
  5. ห้ามใช้หลังจากวันหมดอายุ
  6. ห้ามผสมส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ในหมายเลขล็อต หรือชุดผลิตที่แตกต่างกัน
  7. เนื่องจากตัวอย่างทั้งหมดอาจติดเชื้อได้ ดังนั้นผู้ปฏิบัติงานควรสวมถุงมือป้องกันขณะทำการทดสอบและจัดการกับตัวอย่าง และล้างมือให้สะอาดหลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบแล้ว
  8. ฆ่าเชื้อและกำจัดตัวอย่าง ชุดทดสอบที่ใช้แล้ว และวัสดุที่อาจปนเปื้อนอย่างปลอดภัยตามกฎหมายข้อบังคับของประเทศและท้องถิ่นนั้นๆ

การเก็บตัวอย่าง การจัดการ และ การขนส่ง

1. ตัวอย่างที่ใช้ในการตรวจ คือ เลือด (whole blood) หรือ ซีรั่ม (Serum) หรือ พลาสมา (Plasma) โดยมีข้อคำนึงดังนี้

เลือด (Whole blood): เก็บตัวอย่างเลือดจากสุนัขที่ต้องการตรวจ หากตัวอย่างเลือดนี้ไม่ได้รับการตรวจทดสอบในทันที ให้เก็บตัวอย่างเลือดไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2~8°C และต้องนำตัวอย่างเลือดนี้มาทำการตรวจหาพยาธิเม็ดเลือดภายใน 24 ชั่วโมง

ซีรั่ม (Serum): เก็บตัวอย่างเลือด (Whole blood) ลงในหลอดเก็บตัวอย่าง (ในหลอดนี้ต้องไม่มีสารกันเลือดแข็งตัว เช่น เฮปาริน, EDTA, และโซเดียมซิเตรต) จากนั้นปั่นเลือดทั้งหมด (centrifuge whole blood) เพื่อให้ได้ซีรั่ม

พลาสมา (Plasma): เก็บเลือด (Whole blood) ลงในหลอดเก็บตัวอย่าง ที่มีสารกันเลือดแข็งตัว ได้แก่  เฮปาริน, EDTA, และโซเดียมซิเตรต จากนั้นปั่นเลือดทั้งหมดเพื่อให้ได้พลาสมา

2. ควรเก็บตัวอย่างที่พร้อมตรวจไว้ที่อุณหภูมิ 2~8°C แต่ถ้ามีความจำเป็นที่ต้องเก็บตัวอย่างไว้ในระยะเวลาที่นานขึ้น ให้แช่แข็งตัวอย่างนี้ที่อุณหภูมิ -20°C หรือ ต่ำกว่าเพื่อการจัดเก็บที่ยาวนานขึ้น และหลีกเลี่ยงการละลายและแช่แข็งตัวอย่างนี้ซ้ำๆหลายๆครั้ง

3. ตัวอย่างที่มีตะกอนอาจให้ผลการทดสอบที่ไม่สอดคล้องกัน หรือผิดเพี้ยนได้ ดังนั้นจึงต้องทำการตรวจเช็คตัวอย่างให้ละเอียดก่อนทำการทดสอบ

4. ตัวอย่างที่เม็ดเลือดแดงแตกหรือปนเปื้อนอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ผิดพลาดได้

 

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบจำนวนอุปกรณ์ของชุดทดสอบก่อนการใช้งาน

 CHW Ag, EHR Ab, BG Ab, ANA Ab

ตรวจเช็คจำนวนอุปกรณ์ของชุดทดสอบมีครบถ้วน และ ก่อนทำการทดสอบต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีอุปกรณ์ใดเสียหาย หรือชำรุด การทดสอบต้องอยู่ภายใต้อุณหภูมิห้อง (15–30°C)

 ขั้นตอนที่ 2 ขั้นตอนการทดสอบ

CHW Ag, EHR Ab, BG Ab, ANA Ab

เปิดผนึกหลอดบัฟเฟอร์ที่มีสารเคมีสกัดบรรจุอยู่ข้างใน วางหลอดบัฟเฟอร์ลงบนแท่นที่ตั้งของหลอดบัฟเฟอร์ (Workstation) ดังภาพ

CHW Ag, EHR Ab, BG Ab, ANA Ab

นำปลายหลอดดูดสารละลาย (Quantitative dropper) สอดลงในหลอดเก็บตัวอย่าง (เลือด/ซีรั่ม/พลาสมา), ทำการบีบถุงลมด้านบนของหลอดดูดสารละลายเพื่อดูดซับตัวอย่าง (เลือด/ซีรั่ม/พลาสมา) ต้องแน่ใจว่าตัวอย่างบางส่วนเข้าไปในถุงลมด้านล่าง และไม่มีฟองอากาศในท่อด้านล่าง จากนั้นนำปลายหลอดดูดสารละลายที่มีตัวอย่างสอดลงในหลอดบัฟเฟอร์ ทำการกดถุงลมด้านบนเพื่อถ่ายโอนตัวอย่าง (ประมาณ 75 ไมโครลิตร) ที่เหลืออยู่ในท่อด้านล่างลงในหลอดบัฟเฟอร์ให้หมด

 CHW Ag, EHR Ab, BG Ab, ANA Ab

ปิดหลอดบัฟเฟอร์ให้สนิท เขย่าหลอดบัฟเฟอร์จนกระทั่งตัวอย่างและสารละลายบัฟเฟอร์ผสมเข้ากันได้หมด

 CHW Ag, EHR Ab, BG Ab, ANA Ab

นำอุปกรณ์ทดสอบ (แถบทดสอบ) ออกจากถุงฟอยล์อลูมิเนียมแล้ววางลงบนโต๊ะที่สะอาดและเรียบ หยดตัวอย่างจากหลอดหยดของเหลว (สารเคมีสกัดที่ผสมกับตัวอย่างแล้ว) ในปริมาณ 3 หยด (ประมาณ 90 ไมโครลิตร) ลงในช่องรับตัวอย่าง (S) ของอุปกรณ์ทดสอบตามลำดับ

 CHW Ag, EHR Ab, BG Ab, ANA Ab 

อ่านผลภายใน 5-10 นาที หลังจากหยดสารละลายลงในช่องรับตัวอย่าง (S) ของแถบทดสอบ

ผลลัพธ์จะไม่ถูกต้องหลังจากผ่านไป 15 นาที

 

ขั้นตอนที่ 3 การแปลผลการทดสอบ

ผลบวก (+) คือ ขึ้นขีดสีแดงที่ตัวอักษร C และ T  หรือ มีขีดสีแดงขึ้นที่เส้นตัวอักษร C และ T โดยไม่คำนึงว่าเส้น T จะเข้มหรือจาง ก็ถือว่าให้ผลบวกเช่นกัน หมายถึงว่า ตรวจพบเชื้อจากตัวอย่างที่นำมาสดสอบ

CHW Ag, EHR Ab, BG Ab, ANA Ab

ผลลบ (-) คือ ปรากฏขีดสีแดงเฉพาะเส้นที่ตัวอักษร C ชัดเจน นั่นหมายถึงว่า ไม่พบเชื้อจากตัวอย่างที่นำมาทดสอบ

CHW Ag, EHR Ab, BG Ab, ANA Ab

ไม่สามารถแปลผลได้ คือ ไม่มีเส้นสีปรากฏในบริเวณ C ไม่ว่าเส้น T จะมีลักษณะอย่างไร ในกรณีนี้ควรทำการทดสอบใหม่อีกครั้งด้วยชุดทดสอบอันใหม่

ข้อจำกัด

ชุดทดสอบนี้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยในการตรวจวินิจฉัยโรคเบื้องต้นเท่านั้น และแม้ว่าชุดทดสอบนี้จะมีความแม่นยำสูงมาก ในการตรวจหา แอนติเจนของพยาธิหนอนหัวใจสุนัข (Canine Heartworm Antigen), แอนติบอดีของพยาธิเม็ดเลือด Canine Ehrlichia, แอนติบอดีของพยาธิเม็ดเลือด Canine Babesia Gibsoni, และ แอนติบอดีของพยาธิเม็ดเลือด Canine Anaplasma แต่ผลการทดสอบที่ผิดพลาดก็อาจจะเกิดขึ้นได้บ้างในบางกรณี ดังนั้นหากได้ผลลัพธ์ที่น่าสงสัย ต้องทำการทดสอบทางคลินิก หรือทดสอบทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ ร่วมด้วยเพื่อประกอบการวินิจฉัยโรค

การวินิจฉัยโรคทางคลินิกที่แม่นยำชัดเจนไม่ควรขึ้นอยู่กับผลการทดสอบเพียงอย่างเดียว แต่ควรได้รับการวินิจฉัยด้วยกระบวนการทางสัตวแพทย์หลังจากประเมินผลการทดสอบทางคลินิกและผลการทดสอบทางห้อง ปฏิบัติการทั้งหมดรวมกันแล้ว

Visitors: 25,709